สร้างวินัยหรือสร้างบาดแผล จากซีรีส์ D.P. สู่ค่ายทหารไทย เกิดอะไรขึ้นบ้าง? : เปิดรายงานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย


จงกลับใจ หากคิด หนีทหาร
ส่อสันดาน ขี้ขลาด ให้ชาติเห็น
หญิงยังสู้ เมื่อคราว ชาติลำเค็ญ
แต่เราเป็น ลูกผู้ชาย ควรอายเอย

 

แทบจะทุกกรมกองต้องคุ้นเคยกับคำปฏิญาณข้างต้น ที่ใช้เตือนใจพลทหารเรื่องการหลบหนีออกจากค่าย ด้วยการไล่ลำดับห่วงโซ่ความเป็นชายไว้สูงสุดผ่านวัจนภาษาไว้อย่างสวยงามดังที่ปิดจบด้วยการล่ามโซ่ทางความคิดไว้ด้วยคำว่า “ลูกผู้ชาย” 


แน่นอนว่าเรื่องการหนีทหาร ไม่ว่าจะที่ไทยหรือที่เกาหลีใต้เอง ถือว่ามีโทษร้ายแรงทางกฎหมาย ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเข้าไปประจำการทหารแล้วก็ตาม…


อย่างที่หลายคนทราบดีว่า เกาหลีใต้ ผู้ชายทุกคนต้องเข้ารับเกณฑ์ทหาร หรือที่เราเรียกกันว่า “เข้ากรม


“ชายที่มีสัญชาติสาธารณรัฐเกาหลีทุกคน ต้องเข้ารับราชการทหารโดยสุจริต ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ กฎหมายรับราชการทหาร สาธารณรัฐเกาหลี มาตราที่ 3”


ประโยคเปิดเรื่องของซีรีส์เกาหลี D.P. (หน่วยล่าทหารหนีทัพ) ออริจินอลซีรีส์จาก Netflix ที่เปิดมาพร้อมกับภาพลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงวัยรุ่น ที่ทุกคนล้วนมีความฝัน มีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ทุกคนต้องย่างก้าวเข้ามารับใช้ชาติอย่างเสมอหน้า ในระยะเวลาทั้งหมด 2 ปี

 

ดีพีเล่าเกี่ยวกับอะไร?

D.P. ดัดแปลงมาจากเว็บตูนเรื่อง D.P. Dog Days ที่เขียนโดย คิมโบทง’ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หน่วยดีพี เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่ตามล่าทหารที่หนีออกจากค่ายทหาร โดยซีรีส์จะเล่าเรื่องราวผ่านตัวละคร อันจุนโฮ (รับบทโดย จองแฮอิน) พลทหารที่เข้ามาใหม่ และ ฮันโฮยอล (รับบทโดย คูคโยฮวาน) รุ่นพี่ในหน่วยดีพี ที่จะได้มาร่วมทีมกันออกไปทำภารกิจนอกค่ายทหาร ซีรีส์ได้สะท้อนถึงประเด็นทางสังคมได้อย่างเฉียบคม ชวนให้คนดูตั้งคำถามกับระบบอาวุโส เรื่องความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหาร



 *อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน 

“ชุงซอง!” (충성!) เสียงขานรับของพลทหาร เมื่อคราวต้องทำความเคารพยศที่สูงกว่า หรือที่เรียกว่า ‘วันทยาหัตถ์’


พูดถึงระบบอาวุโสในเกาหลี แบบพลเรือนถือว่าค่อนข้างเคร่งแล้ว ยิ่งเป็นระบบอาวุโสที่อยู่ในกองทัพที่มีการธำรงวินัย หรือ การซ่อม ผ่านการเล่าของซีรีส์เรื่องนี้ ค่อนข้างลดทอนความเป็นมนุษย์และปราศจากความเป็นเหตุและผล แม้ว่าหลายครั้งเราจะอยากลุกฮือมาเปลี่ยนแปลงระบบหรือปฏิรูปกองทัพ มันก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน จนไปสู่จุดที่ทุกคนถูกกดทับจนหายใจไม่ออก กลายมาเป็นคำพูดของตัวละคร โชซอกบง (พลทหารในกองเดียวกันกับ อันจุนโฮ)


“จำกระติกน้ำที่เราใช้ในค่ายได้ไหมครับ
มันเขียนว่า 1953 มันใช้มาตั้งแต่สงครามเกาหลี
ขนาดกระติกน้ำยังไม่เคยเปลี่ยนเลย”


จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมากองทัพอยู่ห่างไกลจากคำว่าเปลี่ยนแปลงไปมาก การใส่ใจหรือการปฏิรูปจริงๆ จังๆ นั้น แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากดูซีรีส์เรื่องนี้อาจจะกล่าวได้ว่า ในค่ายทหารในเรื่องนี้ มีคนตายมากกว่าโรงพยาบาลเสียอีก คนตายที่ไม่ได้หมายถึงจำนวนตัวเลข แต่หมายถึงความเป็น 'คน' ที่ตายไปหมดแล้ว ค่ายทหารเป็นที่บ่มเพาะบาดแผลในจิตวิญญาณและร่างกายแล้วทิ้งแผลเป็นไว้ บ่มเพาะความเจ็บปวดและทอดทิ้งความเป็นมนุษย์มากที่สุดที่หนึ่ง ระบบที่กดขี่ชั้นผู้น้อยได้ฆ่าลูกชายของใครสักคน … คนแล้วคนเล่า

 

พูดถึงการซ่อม หรือ การธำรงวินัยแล้ว ชวนย้อนกลับมาดูที่ประเทศไทย


ที่มีข่าวให้เห็นเป็นระยะๆ ว่ามีพลทหารเสียชีวิตในค่ายทหาร แบบทราบสาเหตุไม่ทราบสาเหตุบ้าง แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เคยเผยแพร่รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย เมื่อปี 2562 ในชื่อว่า 
"เราก็แค่ของเล่นของพวกเขา" (We were just toys to them) ในงานวิจัยมีเนื้อหาว่าทหารเกณฑ์ถูกการละเมิดทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศ และยังได้กล่าวว่าผู้ที่เป็นอดีตทหารเกณฑ์และให้ข้อมูลมาทำวิจัยชิ้นนี้ทุกรายนั้นต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวทั้งสิ้น เนื่องจากในค่ายทหารนั้นมีการละเมิดสิทธิอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการตรวจสอบ

เกิดอะไรขึ้นบ้างในค่ายทหารไทย? เรื่องราวความเจ็บปวดจริง ‘ที่ยิ่งกว่าซีรีส์’

  • บังคับทหารเกณฑ์จูบสูดดมก้นทหารเกณฑ์อื่น

ประสบการณ์ที่น่าอับอายของทหารเกณฑ์สองคนที่ให้สัมภาษณ์กับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย 'เหม' เล่าว่า “บางทีครูฝึกเขาสั่งให้เราหมอบบนพื้นห้องน้ำ หมอบเป็นแถวต่อหลังกันไปแล้วให้เอาหน้าไปตรงก้นคนข้างหน้า แล้วให้จูบกับให้สูดหายใจ มีแบบนี้ประมาณสามสี่รอบ รู้สึกอึดอัดครับ มันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทำ”


'รักษ์' ทหารเกณฑ์อีกคนที่ประสบเหตุการณ์เดียวกัน เล่าว่า


ในห้องอาบน้ำ ก่อนจะอาบ เขาจะสั่งให้หมอบต่อหลังกัน ให้เอาจมูกอยู่ระหว่างก้นของคนด้านหน้า ทุกคนโป๊ครับ แล้วครูฝึกเขาจะให้เราหายใจเข้าทางจมูกตามที่เขาสั่ง แล้วก็สั่งให้ทำอีกหลายรอบ มันเป็นเรื่องขำๆ สำหรับเขาครับ

 

  • เขาสั่งให้เราช่วยตัวเองใส่ขัน

ประสบการณ์ของ 'ปิยะบอกแอมเนสตี้ว่า

ก่อนเข้าห้องอาบน้ำเขาสั่งให้เราช่วยตัวเอง พอเสร็จแล้วเขาถึงจะให้เข้าไปอาบน้ำได้ ต้อง (สำเร็จความใคร่ในขันแล้วเอาให้รุ่นพี่ดูเขาถึงจะให้เข้า เราต้องทำเพราะเขาสั่งให้เราทำ ถ้าไม่ทำก็คือขัดคำสั่ง ก็จะเจอซ่อมหนักกว่าเดิมอีก


ปิยะยังกล่าวอีกว่า พวกเราเป็นแค่ตัวตลกให้เขาเอาไว้ให้เขาหัวเราะใส่เฉยๆ แต่ก็ต้องยอมทำไป ต้องทำแบบนี้ทุกอาทิตย์จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา บางทีเขาแบ่งเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีตัวแทนหนึ่งคนแล้วคนนั้นก็ต้องช่วยตัวเองต่อหน้าทุกคน ใครสำเร็จความใคร่ก่อน กลุ่มนั้นจะได้อาบน้ำก่อน มีแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นพี่ที่สั่งให้ทำ เราก็คุยกันเรื่องนี้อยู่ว่า "ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ เรามาทำอะไรที่นี่?"


  • รถไฟ

คือการที่ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของเพื่อนทหารขณะไม่ใส่เสื้อผ้าที่ห้องอาบน้ำ การละเมิดลักษณะนี้มีคำเรียกหลายชื่อ แต่ "รถไฟเป็นคำเรียกที่ทหารเกณฑ์ที่ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงบ่อยที่สุด คำเรียกนี้มาจากการที่ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้ยืน หรือบางครั้งเดินเป็นแถวหรือเป็นวงกลม รอบอ่างน้ำ ขณะที่จับอวัยวะเพศของทหารเกณฑ์อื่น

 

'เหม' บอกแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า


บางทีเขาก็ให้เราจับอวัยวะเพศคนอื่น เขาไม่ให้มีมือเปล่าเลย ก็คือมือต้องจับอวัยวะเพศของเพื่อนสองคน ด้านหน้ากับด้านหลังแล้วก็ยืนเป็นแถว มีแบบนี้สามถึงสี่ครั้ง

ทหารเกณฑ์ที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นเป้าหมายในการโดนละเมิดสิทธิ


ทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าตนมีความหลากหลายทางเพศหรือที่ถูกเข้าใจว่ามีความหลากหลายทางเพศ มักเป็นเป้าหมายการละเมิดสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการละเมิดทางวาจา โดนลูบไล้ร่างกายทั้งที่ไม่ต้องการ การบังคับให้นวด และการบังคับให้เล่นตลก 


ในรายงานกล่าวว่า ทหารเกณฑ์ให้สัมภาษณ์กับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลให้ข้อมูลว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ที่มีความหลากหลายทางเพศ และพวกเขาถูกมองว่ามีความอดทนน้อยกว่าทหารเกณฑ์อื่น


การบังคับทหารเกณฑ์ที่มีความหลากหลายทางเพศเต้นและสร้างความสนุกสนานแก่ทหารอื่น


จากประสบการณ์ของ 'แดง'


ช่วงพักหลังฝึกเสร็จ ครูฝึกก็จะเรียกพวกเราที่เป็นตุ๊ดสี่คน ให้ไปเต้น แล้วก็เล่นตลกให้ทหารคนอื่นดู เป็นแบบนี้มากกว่าสิบครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นวันหยุด เขาขู่ว่าถ้าไม่ยอมทำจะไม่ให้อาบน้ำหรือกินข้าว

'เบญ' ซึ่งระบุว่าตนเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศระบุกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า "ครูฝึกเขาสั่งให้ผมนวดให้ บางที่ช่วงที่เราว่างๆ หรือตอนฝึกแล้วครูฝึกเขาไม่อยากสอน เราก็จะมีเวลานั่งคุยกันประมาณชั่วโมงหนึ่ง ครูฝึกเขาก็พูดกับทหารไปเรื่อยๆ แล้วก็เรียกให้ผมไปนวด"



ซ้อมที่รุนแรงและเป็นระบบ


'แดงเล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งว่า "ครั้งหนึ่ง ทหารเกณฑ์สามหรือสี่คนหนีค่ายแล้วถูกจับได้ มีจ่าห้าหรือน่าจะหกคน กับผู้บังคับบัญชาคนอื่นเรียกพวกนี้ไปตอนกลางคืนแล้วก็ซ้อมเละเลย เช้าวันต่อมาพวกนี้มีรอยเต็มตัว ตรงหน้าอก หลัง แต่ไม่มีตรงหน้า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเริ่มฝึกใหม่ๆ หลังจากนั้นถ้าทหารไม่ทำตามคำสั่งหรือฝึกไม่ดีพอจ่าจะบอกเลยว่า "เดี๋ยวคืนนี้มึงเจอ"


วันต่อมาก็จะเห็นรอยบนตัวคนที่โดนซ้อม ไม่ได้ส่งใครไปโรงพยาบาลเลย แค่ไปห้องพยาบาลที่ค่าย เขาพยายามให้เรื่องมันเงียบ พอเช้าวันต่อมาเขาจะบอกว่า "ทหารคนนี้มีไข้เกิน 37 องศา" หรือ "ทหารคนนี้ล้ม" แล้วเขาก็จะเอาตัวไปห้องพยาบาล มีครั้งหนึ่งมีทหารไปอยู่ห้องพยาบาลอาทิตย์หนึ่งได้ เรื่องซ้อมตอนกลางคืนนี่จะมีทหารสองหรือสามคนโดนทุกๆ เดือน


การหนีค่าย


ครั้งหนึ่งมีคนหนีค่ายแล้วโดนจับได้ก็โดนสอบตรงสนามฝึก เขาพยายามให้ยอมรับให้ได้ว่าหนีค่าย (ซึ่งเขายอมรับ) รุ่นพี่ซ้อมเขาด้วยไม้หน้าสาม มีท่อน้ำ แล้วก็แท่งอะไรอย่างอื่น เขาไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บหนักหรอกครับ แต่มันก็โหดอยู่ แล้วก็มีรอยเต็มไปหมด มีซ้อมแบบนี้มากกว่าหนึ่งครั้งครับ

เห็นได้ชัดว่า บางครั้งการซ้อมกลายเป็นไปเพื่อสร้างความบันเทิงให้รุ่นพี่ทหาร แต่แลกมาด้วยการบาดเจ็บของทหารเกณฑ์ ตามที่ 
'อั้น' เล่า

บางที่รุ่นพี่เขาจะทำแรงๆ เหมือนเขาเล่นเกมอยู่ มีครั้งหนึ่งเขาแจกเสื้อยืด รุ่นพี่ถามว่ามีใครอยากได้เสื้อยืดไหม มีคนยกมือแล้วก็เดินออกไปเอา แล้วรุ่นพี่ก็ต่อยเข้าไปที่หน้าอกเขาเลย ใช้กำปั้นต่อยผ่านเสื้อยืดนี่แหละ คนนั้นก็เป็นลมไปเลย ผมช็อคมาก เหมือนไม่ใช่เรื่องจริง ยังดีที่สุดท้ายเขาอาการดีขึ้น

อ่านรายงานต่อได้ที่ : https://www.amnesty.or.th/files/7616/3039/6300/ASA3919952020THAI.pdf

ที่มา: (1) (2) (3) (4) (5)

ใหม่กว่า เก่ากว่า