[รีวิวซีรีส์] Sweet Munchies - ซีรีส์ที่จะปลอบประโลมใจให้กับคนที่เหนื่อยล้ามาจากวันแย่ ๆ


หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่จะช่วยฮีลคุณและทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายจากสิ่งที่เหนื่อยมาทั้งวัน ที่พร้อมจะทำให้หัวใจของคุณกลับมาพองโต ทั้งยังช่วยเติมสีสันและรอยยิ้มให้กลับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมทั้งสอดแทรกข้อคิดดี ๆ ไว้ในเรื่องราว Sweet Munchies คือซีรีส์ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง


Sweet Munchies หรือชื่อเดิมที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินอย่าง Late Night Snack Man and Woman ซีรีส์โรแมนติก-คอมเมดี้สัญชาติเกาหลีที่เล่าถึงความรักและความฝันผ่านมุมมองของ 3 ตัวละคร จากช่อง JTBC เริ่มฉายในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมความยาว 12 ตอนจบ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่อยู่นอกกระแสอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองในปี 2020 ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาในซีรีส์เรื่องอื่นได้ยาก

ชม Trailer Sweet Munchies เรียกน้ำย่อยกันซะหน่อย

Sweet Munchies อีกหนึ่งซีรีส์ดีของปี 2020 ที่คุณอาจจะพลาดไป ว่าด้วยเรื่องราวรักสามเส้าของ 3 ตัวละครที่มาพบกันโดยบังเอิญ โดยตัวละครหลักตัวแรกคือ เชฟพัคจินซอง เชฟหนุ่มมากฝีมือที่ต้องทำงานเพื่อดูแลพ่อและน้องชายผ่านการเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Bistro และมีคติประจำใจที่อยากจะทำอาหารทุกจานให้เป็นจานพิเศษเพื่อให้อาหารของเขานั้นปลอบประโลมใจให้กับคนที่เหนื่อยล้ามาจากวันแย่ ๆ โดยร้าน Bistro เป็นร้านอาหารทั่วไปในเวลากลางวัน แต่พอตกกลางคืนกลับกลายเป็นบาร์ที่เปิดให้ลูกค้าเป็นคนเลือกเครื่องดื่มที่ต้องการและตัวของเชฟพัคเองจะจัดเตรียมกับแกล้มที่เหมาะสมกับเครื่องดื่มเหล่านั้นให้ลูกค้าเอง เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์หลักของร้านที่มัดใจลูกค้าหลาย ๆ คนไว้

เชฟพัคจินซอง เจ้าของร้าน Bistro รับบทโดย จองอิลอู (Jung ll Woo)

โดยมีลูกค้าประจำคือ คิมอาจิน โปรดิวเซอร์สาวสัญญาจ้างไฟแรงในสถานีโทรทัศน์ซีเคที่เป็นลูกค้าประจำของร้าน Bistro มาพร้อมรอยยิ้มและทัศนคติที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ หลาย ๆ ครั้งวันที่ยากลำบากของคิมอาจินก็มักจะผ่านพ้นไปด้วยเบียร์สดเย็น ๆ และอาหารสุดอร่อยที่ได้รับการคัดสรรจากเชฟพัคจินซอง จนเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเสนอแผนรายการใหม่แก่ช่องซีเค ซึ่งก็เกิดเป็นรายการ "มื้อว่างแสนอร่อยจากเชฟเกย์" ที่จะใช้คอนเซ็ปต์เดียวกับความรู้สึกที่เธอได้รับจากการไปรับประทานอาหารจากร้านของเชฟพัคจินซองนั่นก็คือ การให้อาหารอร่อย ๆ จากฝีมือของเชฟที่เป็นเพศทางเลือก นั้นเป็นสื่อแทนคำปลอบโยนให้แก่แขกรับเชิญที่กำลังเผชิญช่วงเวลาที่แสนยากลำบากในชีวิตไปให้ได้ โดยให้เชฟเป็นคนเลือกว่าจะทำเมนูอะไรอีกทั้งยังให้เชฟเป็นที่ปรึกษาในปัญหาเหล่านั้นด้วย

คิมอาจิน รับบทโดย คังจียอง (Kang Ji Young) หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าเพราะเธอคืออดีตสมาชิกวง KARA

แม้รายการดังกล่าวของเธอจะได้รับการอนุมัติจากช่องซีเค แต่นั่นก็เป็นการสร้างภาระให้แก่เธอไม่น้อย เพราะว่าอย่างที่เราทราบกันดีว่าในเกาหลีใต้นั้นคนกลุ่มที่เป็นเพศทางเลือกนั้นไม่ได้เป็นที่ยอมรับในสังคม นั่นหมายความว่ารายการของเธอนั้นก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน และด้วยเหตุผลข้างต้นยังทำให้คนที่เป็นเพศทางเลือกนั้นเลือกที่จะปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ การจะหาเชฟเกย์ซักคนมาออกรายการทีวีคงเป็นเรื่องยากทั้งกระแสตีกลับและแรงกดดันที่จะต้องเจอนั้นเป็นสิ่งที่รับมือได้ยาก ทำให้นี่กลายเป็นปัญหาที่ยากที่สุดของคิมอาจินในฐานะโปรดิวเซอร์รายการ แต่ในขณะเดียวกันเชฟพัคจินซองก็ต้องพบกับปัญหาครั้งใหญ่เมื่อพ่อของเขานั้นประสบอุบัติเหตุ จึงทำให้เชฟพัคต้องการเงินจำนวนมากมาใช้ในการรักษา แต่จะให้เขาขายร้าน Bistro ที่เขารักก็คงทำไม่ได้ จึงทำให้เชฟพัคต้องมืดแปดด้าน

คิมอาจิน รับบทโดย คังจียอง (Kang Ji Young) หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าเพราะเธอคืออดีตสมาชิกวง KARA

ไม่รู้ว่าเพราะโชคชะตาหรือความบังเอิญ ทำให้เชฟพัคและคิมอาจินกลายเป็นส่วนที่ทั้งสองคนนั้นกำลังตามหา เชฟพัคจึงเสนอตัวเองเข้าร่วมรายการ และสวมบทบาทเป็นเชฟเกย์ ในรายการของคิมอาจิน เพราะต้องการนำเงินไปรักษาคุณพ่อ ซึ่งกระแสตอบรับในตอนนำร่องของรายการมื้อว่างแสนอร่อยกับเชฟเกย์ออกมาดีจนทางซีเคอนุมัติให้คิมอาจินทำรายการต่อได้ในระยะยาว จนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนได้พบกับ คังแทวาน ดีไซเนอร์หนุ่มสุดเนี้ยบมากความสามารถแต่ค่อนข้างเก็บตัวเพราะต้องซ่อนสิ่งที่เขาเป็นจากคนทั่วไปเพราะสิ่งที่เขาเป็นอยู่นั้นจะผิดไปจากความคาดหวังของคนทั่วไปในสังคม  โดยคังแทวานต้องมาเป็นดีไซเนอร์ประจำตัวของเชฟพัคจินซอง และด้วยบุคลิกของเชฟพัคจินซองที่ค่อนข้างเป็นคนเข้าอกเข้าใจคนอื่นเป็นความสบายใจของคนรอบตัว ทำให้คังแทวานค่อย ๆ เปิดใจและออกจากเซฟโซนของตัวเอง

คังแทวาน รับบทโดย อีฮักจู/ลีฮักจู (Lee Hak Joo) หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักเขาจากเรื่อง A World of Married Couple

เมื่อทั้งสามคนพบกันจึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ในรูปแบบของรักสามเส้าทั้งรูปแบบของ ชาย-ชาย และ ชาย-หญิง และยังคงแฝงไปด้วยข้อคิดดี ๆ และมุขตลกชวนอมยิ้มที่มีอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงเรายังต้องเอาใจช่วยตัวละครหลักของเรื่องในการคลี่คลายปมที่อยู่ภายในจิตใจของแต่ละคน บทสรุปเรื่องราวความรัก , ความฝัน ของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องไปติดตามกันต่อใน SWEET MUNCHIES


สิ่งที่ให้เราชอบซีรีส์เรื่องนี้เป็นพิเศษคงจะเป็นเพราะคุณภาพของนักแสดงหลักทั้ง 3 คนที่แสดงออกมาจนเรารู้สึกไปด้วย ไม่ใช่เพียงการแสดงผ่านคำพูดและสีหน้า แต่ยังรวมถึงภาษากายต่าง ๆ อย่างแววตาที่สื่ออารมณ์ออกมาได้มากกว่าคำพูดเสียอีก ทุกครั้งที่เรามองแววตาของตัวละครทั้งสามตัวนั้นเรารู้สึกได้เลยว่าตัวละครเหล่านั้นรู้สึกอะไรต้องแบกรับอะไรไว้ในใจ โดยที่ตัวละครไม่ต้องระบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดเลย

"เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งนี้ "

อีกหนึ่งอย่างที่ Sweet Munchies นั้นทำได้ดีคือการตีแผ่เรื่องราวของสังคมเกาหลีไม่ว่าจะเป็นเรื่องความกดดันในสังคมการทำงานของเกาหลี หรือเรื่องของการสะท้อนให้เห็นมุมมองเรื่องเพศอย่างเปิดเผยที่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับวงการโทรทัศน์ของเกาหลี โดย Sweet Munchies ไม่ได้นำเสนอประเด็นนี้แบบโจ่งแจ้งแต่นำเสนอได้อย่างเรียบง่ายให้ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน เป็นสิ่งที่เรียบง่าย เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่บอกกับทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมจะต้องให้การยอมรับสิ่งนี้ ในขณะเดียวกันที่เนื้อเรื่องค่อนข้างเครียดกับปัญหาต่าง ๆ ของตัวละครแต่ทุกครั้งที่ตัวละครเอกอย่างเชฟพัคจินซองได้ให้คำปรึกษากับตัวละครในเรื่องนั้นก็กลับเป็นการคลายความเครียดของเรื่องไม่ให้ตึงเกินไป ในขณะเดียวกันก็เป็นการปลอบและให้ข้อคิดแก่ผู้ชมในเวลาเดียวกัน ซึ่งเราแทบไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้จากการรับชมซีรีส์เรื่องอื่น ซึ่งทำให้นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด

Sweet Munchies เป็นซีรีส์ที่ดูง่าย ดูได้ทุกเพศทุกวัย แฝงไปด้วยข้อคิดดี ๆ เราอยากให้ทุกคนได้ดูเพราะเราเชื่อว่าซีรีส์เรื่องนี้จะช่วยปลอบประโลมใจให้กับคนที่เหนื่อยล้ามาจากวันแย่ ๆ

หากสนใจสามารถรับชม Sweet Munchies แบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Viu และ Netflix (คลิ๊กที่นี่ได้เลยครับ)



ในส่วนของเพลงประกอบนั้นก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้ซีรีส์เรื่องอื่น ๆ เลย

Love With You Ost part. 1 ที่ไม่ว่าใครได้ฟังแล้วก็ต้องอมยิ้มอย่างแน่นอน แถมตัวมิวสิควีดีโอก็ยังทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ

Superhero Ost part. 2 ที่มาในสไตล์ร็อคไม่ค่อยเจอบ่อยนักในซีรีส์แต่พอไปอยู่ในซีรีส์แล้วลงตัวสุด ๆ เลยแหละ

Twinkle Ost part.3 ที่มาในมู้ดเศร้าเคล้าน้ำตา

All Things Will Pass - Jung Dae-hyun Ost part. 4 ที่มากับเพลง Pop ที่ผสมผสานกลิ่นอาย Electronic และ Edm ได้อย่างลงตัว
ใหม่กว่า เก่ากว่า